ปัญหาในการ Implement ERP

posted on 23 Feb 2010 12:18 by chaiz999

ปัญหาส่วนใหญ่ของการ Implement เกิดจาก 3 ส่วนด้วยกันคือ

 1. ผู้ใช้งาน

2. Implementor

3. Program

ซึ่งปัญหา 3 ส่วนนี้ จะแบ่งเป็น เนื้อหาย่อยๆ ได้อีกดังต่อไปนี้

 

 1. ผู้ใช้งาน

 จะเกิดปัญหาได้จาก

- ความคาดหวังของผู้ใช้

- ไม่ได้รู้ใน Process งานของตนอย่างละเอียด

- ภาษาอังกฤษ อ่านไม่ได้ อ่านไม่ออก

- การไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

และอื่นๆ อีกมากมาย

 

2. Implementor

- การที่ไม่รู้ในโปรแกรม

- ขาดทักษะในการถ่ายทอดความรู้

- ขาดประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

- ความเข้าใจในระบบของลูกค้า

- ขาดการประเมินสภาพการณ์ในอนาคตของลูกค้า

- ขาดความเอาใจใส่ และนึกถึงการทำงานจริง หรือเอาใจเขามาใส่ใจเรา

- ขาดการวางแผนการทำงาน

 

3. Program

- ฟังก์ชั่น ของโปรแกรมไม่รองรับ

- การเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล โครงสร้างของโปรแกรม

- ระบบรักษาความปลอดภัยของโปรแกรม

- ระบบการเช็คความถูกต้องของข้อมูล

- การวางโครงสร้างโปรแกรมไว้เผื่อในอนาคต

- ความสามารถในการ แก้ไข หรือปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้รองรับการทำงานได้

- การ Customize โปรแกรม เยอะเกินไป

 

 

ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถจะแก้ไขได้ แต่ต้องทำการตกลงกับลูกค้าและให้ทราบข้อดีข้อเสีย ของแต่ละจุด ก่อนเพื่อให้ลูกค้า เข้าใจได้

 ในส่วนของ user นั้น จะต้องทำความเข้าใจของการใช้งานและการ Implement ว่าทำไมจะต้องทำการเปลี่ยนโปรแกรม และการให้ความรู้ ความเข้าใจในโปรแกรม กับผู้ใช้งาน ส่วนที่สำคัญที่สุดคือจะต้องทำความเข้าใจใน กระบวนการทำงาน ของตนเอง และทางผู้บริหารจะต้องกระจาย ข่าวสาร และสาเหตุของการเปลี่ยน โปรแกรม เพื่อให้ทางพนักงานทราบ โดยจะต้องทำความเข้าใจใน ขอบเขตของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดส่วนต่างในการทำงานน้อยที่สุด และไม่เป็นการเสียเวลา

ในส่วนของ Implementor นั้น ควรจะต้องมีการ Training ก่อนที่จะเริ่มให้เข้า Project เพื่อให้การทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังเช่น การรบ จะต้องทำการฝึกทหาร ให้ทำหน้าที่ ได้เหมือนกัน เพื่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นในการเข้าสู่สนามรบ โดยผู้มีหน้าที่ฝึกทหาร จะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถ และเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอด ความรู้ให้แก่ผู้อื่นได้ เมื่อ Consult เข้าสู่ลูกค้าจะต้องเป็นผู้ที่สามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดแทนลูกค้าให้ได้มากที่สุด และมองถึงทางออกของปัญหาต่างๆได้ Consult ที่ดีควรจะสามารถคาดเดา อนาคตของลูกค้าและวางรากฐานเผื่อในการขยายหรือพัฒนาเพิ่มเติมได้ และควรจะสามารถสื่อสารให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนของ Program นั้น จะต้องมองถึงโครงสร้างของฐานข้อมูล และรูปแบบในการเก็บข้อมูล เนื่องจาก ฐานข้อมูลเดี่ยว กับฐานข้อมูลเชิงซ้อน จะแตกต่างกัน ในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย และความสำคัญในการ เชื่อมต่อฐานข้อมูล ส่วนตัวฟังก์ชั่น ควรจะต้องมองว่า โปรแกรมที่จะนำมาใช้เหมาะสมกับธุรกิจหรือไม่ โดยส่วนของโปรแกรม จะต้องมีฟังก์ชั่นในการปรับปรุง หรือทำให้สามารถรองรับการทำงานของลูกค้าได้พอสมควร แต่จะต้องมีมาตรฐานของตนเอง เพื่อไม่ให้การ Customize กลืนมาตรฐานไป เนื่องจากปกติแล้วระบบ ERP นั้นจะต้องทำการทดสอบ เคส การทำงานของธุรกิจต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับการทำงาน หลายๆ ประเภทกิจการได้ และส่วนของโปรแกรม เองนั้นควรจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ Life Cycle ของโปรแกรมอยู่ได้อีกในอนาคต เพราะว่า ปกติแล้ว โปรแกรม จะมี Life Cycle อยู่ ประมาณ 10-20 ปี ขึ้นอยู่กับการวิจัยและพัฒนาของแต่ละโปรแกรม

 

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่เป็น และอยากจะเป็น Consult ในอนาคตนะครับ

 

 

 

edit @ 26 Mar 2010 16:07:26 by SAP

edit @ 12 Nov 2010 15:26:26 by SAP

Comment

Comment:

Tweet