การศึกษาไทย VS ERP

posted on 25 May 2015 11:09 by chaiz999
กลับมาบ้าน วันนี้ลูกมีการบ้าน ท่องศัพท์ 
 
ลูก : ปาป๊าขา ครูให้การบ้านท่องศัพท์คะ ปาป๊าช่วยหนูหน่อยนะคะ 
ผม : ได้ครับ 
ลูก : อี เอ็น วี อี แอล โอ พี อี 
ผม : ทำไมท่องอย่างนี้ละครับ ลูก
ลูก : ครูสอนให้ท่องอย่างนี้คะ 
ผม : ไม่ใช่แล้วลูก คำว่า เอน-เฝะ - โลพ มันประกอบไปด้วย 3 คำ เห็นไหมคะ
        ต้องลองสะกดทีละคำคะ 
        เอน ต้องมีตัวอะไรคะ
ลูก : เอ็น ต้องมี N ใช่ไหมคะ
ผม : ใช่ครับ แต่ตัวข้างหน้า มีอะไรอีกคะ ต้องมี 2 ตัวถึงจะอ่านออกเสียงได้ ลองใส่ A ดูไหม
ลูก : A..N ไม่ไม่ใช่ เอ็นนี่คะ
ผม : ใช่ครับ ลูก มันต้องมีอะไรคะ ถึงจะอ่านได้ว่าเอน ลองใส่ตัวอื่นดูนะคะ 
ลูก : คิดไปซักพัก E ใช่ไหมคะ
ผม : ทำไมครูไม่สอนตั้งแต่สะกดออกเสียงละ ที่โรงเรียนไม่มีสอนอย่างนี้หรือครับ
ลูก : ไม่คะ ครูสอนแค่ให้ท่องจำคะ
 
แล้วเลขก็เหมือนกัน สูตรคูณ มันมีหลักอย่างไร การคูณคืออะไร ก็ไม่สอนให้ท่องจำอย่างเดียว
ผมต้องบอกลูกใหม่หมด การคูณคือการบวกทับตัวเลขเดิมไป เช่น 2 X 2 คือการเอา 2 บวกกัน 2 ครั้งได้ 4 แต่ถ้า 3 x 2 คือการเอา 3 บวกกัน 2 ครั้งได้เท่าไรคะ 
 
โรงเรียนเดี๋ยวนี้ไม่สอนหลักการคิด สอนแต่ให้ท่องจำ ทำให้อนาคตเด็กไทย ต่ำลงทุกที ๆ ผมเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรกันนะ คนไทยจะใช้แต่ความจำ ถ้าหากเจออะไรที่แปลกใหม่ก็จะคิดไม่ได้สินะ เท่ากับว่าครูสอนให้เราเป็นคนทำตาม ไม่ใช่เป็นคนคิดให้เป็น แล้วเราจะทำงานอะไรกัน
 
กลับมาที่สมัยก่อน ตอนผมยังเด็ก ไม่เคยคิดที่จะเรียนหนังสือ เพราะเกลียดครูมาก ชอบจับผิด ตีก้นลาย ให้การบ้านเพื่อนลอกก็โดน ไม่ให้ก็โดนเพื่อนแกล้ง เลยไม่อยากเข้าเรียน แต่ถึงกระนั้น ครูสมัยก่อนสอนให้คิดเป็น ไม่ใช่รอให้ครูป้อนให้หรือสอนให้จำอย่างเดียว ขนาดผมเป็นคนที่เข้าบ้างไม่เข้าบ้างยังได้อะไรมาขนาดนี้ แต่ปัจจุบันนี้เข้าไปเพื่อให้ครูอ่านให้ฟัง เพื่อ ?
 
การศึกษาของเรานั้นดูเหมือนจะล้าหลังไปหลาย ถ้าเทียบกับต่างประเทศ เพราะที่ข้างนอกจะสอนอะไรที่ไม่อยู่ในหนังสือ คุณมีหน้าที่อ่านมา แล้วครูจะบอกสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไม่มีอยู่ในตำรา แต่เกี่ยวข้องกับวิชาทีเรียน ตอนผมเรียนผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม อาจารย์ต้องมาบอกถึงเรื่องในหนังสือ ผมอยากรู้สิ่งที่ไม่อยู่ในหนังสือมากกว่า พอถามอาจารย์กลับไปว่า ทำไม ใครเป็นคนคิด แล้วทำไมผมต้องเชื่อ (ผมดื้อมากตอนวัยรุ่น) ถ้าหากพิสูจน์ไม่ได้ว่าสิ่งที่พูดมา เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่เอามาสอน แล้วทำไมถึงต้องเกิดสิ่งนี้ขึ้น ผมจะไม่ค่อยฟัง เพราะถ้าเข้าห้องเรียนแล้ว มานั่งอ่านให้ฟัง ผมบอกอาจารย์ตรงๆเลยว่า ผมใช้เวลาเข้าห้องน้ำ อ่านไป ...ไป ก็จบแล้วอาทิตย์เดียว ผมไม่จำเป็นต้องเข้ามาให้อาจารย์อ่านให้ฟังหรอกครับ เท่านั้นแหละครับ เกิดเรื่องทันที อาจารย์ประจำภาค เชิญเข้าไปคุย แล้วบอกว่าทำไมเราก้าวร้าวขนาดนี้ ผมถามท่านกลับว่า ท่านสอนหนังสือต้องการให้เด็ก ฉลาดขึ้นหรือเท่าเดิมครับ แล้วถ้าให้เข้าห้องเพื่อฟังอาจารย์อ่านให้ฟัง ผมถามว่า พวกผมอ่านหนังสือไม่ออกหรือครับ ถึงต้องมาอ่านให้ฟัง ผมอยากรู้สิ่งที่ไม่มีอยู่ในหนังสือนี่ต่างหาก เช่น ทำไม ต้องสร้างขึ้นมา คิดอย่างไร ใครเป็นคนคิด 
 
กรณีของผมอย่าเอาเยี่ยงอย่างนะครับ เพราะกลับมาคิดดูแล้วผมมันกบฏจริงๆ แต่ก็ทำไปแล้วทำไงได้ครับ จึงได้เป็นตัวของตัวเองมากอย่างทุกวันนี้ ถ้าจะทำอะไรเราต้องรู้ที่มาที่ไป เคสที่จะเกิดขึ้นรอบๆ ไม่ใช่ตามแต่ทฤษฏี เพราะว่าไม่ได้เป็นการยืนยันว่า ถูกต้องทุกอย่าง
 
ผมแปลกใจว่าทำไม คนที่เป็นอาจารย์ควรจะต้องสอนสิ่งที่เราไม่รู้ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในตำรา และต้องสอนให้คิดไม่ใช่สอนให้เป็นนกแก้ว นกขุนทอง อย่างที่เป็นอยู่ กลับไปนั่งคิดย้อนหลังดู 
 
อาจารย์ คือใคร มาจากไหน 
 
คือคนที่ เอ็นทรานส์ ไม่ได้อันดับหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น เค้าจะเอาอะไรมาให้ ถ้าอาจารย์มี 60 คะแนน ส่งต่อให้นักเรียน นักเรียนเก็บได้ 80% ของอาจารย์ จะเหลือแค่ 48 คะแนน แล้วถ้าเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ คนที่ความรู้ได้ 60 % ของอาจารย์มาเป็นอาจารย์อีก จะเหลือแค่ 36 คะแนน ถ้าเป็นสัก 2 รุ่น ก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆแล้วครับ 
 
ที่การศึกษาเป็นอยู่ทุกวันนี้เพราะอย่างนี้ใช่หรือไม่ แล้วการปฏิรูปการศึกษาที่พูดๆกัน ทุกครั้งคืออะไร 
 
ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมไม่จัดการแข่งขันวัดความรู้อาจารย์ และแ่ข่งขันกันซะ จะได้คัดน้ำดีให้มากขึ้น
คนที่เป็นรากฐานของประเทศ ไปไหนหมด 
คนที่น่าสลดคือ อนานคตของชาติ
คนที่มีอยู่ แค่ให้มีดีกว่าขาด 
ประเทศชาติ เหลือแต่คนประหลาด ให้ดาษเดื่อน 
 
คัดคนซะที เพื่อให้ดีกว่าเดิม และเอาคนที่อยากสอน มี willing ที่จะสอนคนจริงๆ มาเถอะครับ ไม่ใช่ว่าทำไปเพราะไม่มีอะไรทำ เห็นแก่ ลูก หลาน ไทยในอนาคต
 
สอนให้คิดหาปลาเป็น ดีกว่าเห็นว่าปลาหน้าตาอย่างไร